สรุปบทที่ 11

posted on 27 Jan 2009 11:17 by pinpunyachat

 

 

บทที่ 11ระบบการวางแผนทรัพยากรองค์การ 

 

ระบบการวางแผนทรัพยากรองค์การหรือเรียกว่า ERP ชึ่งย่อมาจาก Enterprise Resource Planning

 

 

 

 

   วิวัฒนาการของระบบ ERP

            ก่อนที่จะมีระบบ EPR นั้นประมาณช่วงต้นทศวรรษที่ 1960 วงการอุตสาหกรรมได้นำระบบวางแผนความต้องการวัสดุ หรือที่เรียกว่า MPR (Material Requirements Planning) มาช่วยสนับสนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับการหารายการและจำนวนวัสดุที่ต้องการตามแผนการผลิตที่วางไว้

 

 

 

 

 กระบวนการทางธุรกิจที่สนับสุนนโดยระบบ ERP

            ERP เป็นแอปพลิเคชั่นที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลายองค์การ ระบบ ERP ช่วยในการจัดการกระบวนการทางธุรกิจ (Business Process) ทั้งหมดในองค์การไม่ว่ากระบวนการผลิตสินค้า กระบวนการฝ่ายการเงินและการบัญชี กระบวนการขายและกระบวนการผลิต กระบวนการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และอื่นๆ

 

 

 

 

 ประโยชน์และความท้าทายของระบบ ERP

            การนำระบบ ERP มาใช้เป็นกระบวนการที่มีความชับช้อน องค์การต้องปรับรูปแบบการทำงานให้เป็นไปตามความสามารถของซอฟแวร์ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์กระบวนการทางธุรกิจและการปรับรื้อขั้นตอนการดำเนินงาน และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินธุรกิจในด้านกระบวนการบริหารเทคโนโลยีพื้นฐาน และกระบวนการทำงานอย่างรวดเร็ว

-          กระบวนการบริหาร

-          เทคโนโลยีพื้นฐาน

-          กระบวนการทำงานที่รวดเร็ว

 

 

 

 

 

ความท้าทาย

                การนำระบบ ERP การติดตั้งและใช้งาน (Implementation) เพื่อระบบสารสนเทศหลักขององค์การเป็นเรื่องที่ยาก ต้องใช้เวลาและเงินทุนสูงมาก บางองค์การอาจต้องการปรับซอฟแวร์

-          การเปลี่ยนแปลงกระบวนการดำเนินธุรกิจและวัฒนธรรมการทำงานภายในองค์การ

-          การบริหารโครงการระบบสารสนเทศขนาดใหญ่และค่าใช้จ่ายในตอนเริ่มต้นที่สูง

-          ความไม่ยืดหยุ่นในการปรับซอฟแวร์

 

 

 

 

 

   ขั้นตอนการนำระบบ ERP มาใช้ในองค์การ

การศึกษาและวางแนวคิดว่ามีความจำเป็นต้องนำระบบมาใช้หรือไม่อย่างไร ทำความเข้าใจถึงรูปแบบทางธุรกิจและกระบวนการทางธุรกิจ การวางแผนนำระบบมาใช้ การกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมายและ ขอบข่ายในการนำเอา ERP มาใช้ในทุกส่วนขององค์การโดยตัดสินใจว่าจะพัฒนาหรือว่าคัดเลือกซอฟต์แวร์ที่มีในตลาด การพัฒนาระบบ เป็นขั้นตอนที่ต้องลงรายละเอียดกำหนดงานที่จะต้องทำ ระบุเวลาเป้าหมายที่ได้รับสำรวจระบบงาน ว่าต้องปรับปรุงลดขั้นตอนหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไร สรุปความต้องการจากงานต่างๆ การใช้งานและเพิ่มความสามารถ เมื่อองค์การจำเป็นต้องขยายขีดความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพ อาจต้องมีการขยายฟังก์ชั่นการทำงานของระบบ ให้มีการบูรณาการกับซอฟต์แวร์อื่นๆ

 

 

                 โครงสร้างของซอฟต์แวร์

                 ซอฟต์แวร์โมดูล ทำหน้าที่ในงานหลักขององค์กร จะทำงานเฉพาะโมดูลนั้นๆ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันได้ ฐานข้อมูลรวม ซอฟต์แวร์แต่ละโมดูลสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลรวมได้ โดยถูกออกแบบมาให้จัดเก็บไว้ในที่เดียวกัน ระบบสนับสนุนการบริหารจัดการเพื่อการปรับเปลี่ยนบางงานให้เข้ากับการทำงานขององค์การ ระบบสนับสนุนการพัฒนาและการปรับเปลี่ยนทั้งนี้จาก ความยาก/ง่ายในการปรับเปลี่ยนขึ้นอยู่กับแต่ละซอฟต์แวร์   

ปัจจัยในการพิจารณาตัดสินใจเลือกซอฟต์แวร์ ERP 

การพิจารณาว่าจะใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปหรือไม่ ต้องดูว่าค่าใช้จ่ายสำหรับองค์การและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบำรุงรักษามาประกอบการพิจาณา ฟังก์ชั่นของ ERP สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และความต้องการในการนำมาใช้งานขององค์การ หากไม่พิจารณาให้รอบคอบเมื่อซื้อมาแล้วจะเกิดปัญหาและขาดประสิทธิภาพในการใช้งาน ความยืดหยุ่นในการปรับแก้ซอฟต์แวร์ เพื่อให้ตรงกับความต้องการขององค์การ รองรับกับการเปลี่ยนแปลงของซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ต้นทุนในการเป็นเจ้าของระบบ ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและเปรียบเทียบกับผลที่จะได้รับ การบำรุงรักษาระบบต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างดี รองรับการทำงานหรือเทคโนโลยีในอนาคต เพื่อเตรียมการสำหรับการเชื่อมต่อกับระบบภายนอกได้ง่าย ความสามารถของผู้ขาย  ว่าครอบคลุมด้านบริการหลังการขาย สถานะการเงิน ความเชื่อถือ การแก้ไขซอฟต์แวร์   

 

การขยายขีดความสามารถของระบบ ERP และระบบเครือข่ายอุตสาหกรรม

 มีความจำเป็นที่ต้องตอบสนองขีดความสามารถต่างๆเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน สนับสนุนการดำเนินการภายในองค์ การและ ขยายขอบเขตให้เชื่อมโยงกับองค์การภายนอกได้ สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันและประสานกระบวนการทางธุรกิจระหว่างองค์การ

edit @ 30 Jan 2009 12:07:42 by pin50324710

edit @ 30 Jan 2009 12:12:41 by pin50324710

Comment

Comment:

Tweet

น่ารักมากปุกก้า

#1 By (125.27.250.52) on 2009-06-22 10:48